ข่าวด่วน!! ข่าวเศร้ายืนยันการเสียชีวิตของ… ดูเพิ่มเติม!!



วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.10 น. เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาไฟส่องสว่างข้างทาง บริเวณโค้งก่อนถึงบ้านมะหลัด ตำบลแต้ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ




เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตขี่รถจักรยานยนต์มาจากตัวอำเภอ มุ่งหน้าไปทางบ้านแต้ ก่อนเสียหลักพุ่งชนเสาไฟอย่างรุนแรง ส่งผลให้เสียชีวิตคาที่ 1 ราย สภาพรถและร่างผู้เสียชีวิตอัดติดกับเสาไฟจนด้านหน้ายุบเสียหายอย่างหนัก




ผู้เสียชีวิตเป็นชาย อายุประมาณ 30 ปี ยังไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีดำ-เทา ทะเบียน 1กบ 2319 ศรีสะเกษ สวมเสื้อโปโลสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ โดยแท็บเล็ตที่พกติดตัวถูกแรงกระแทกอัดเข้ากับเสาไฟจนหักงอ




เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิศรีสะเกษสงเคราะห์อุทุมพรพิสัย ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลอุทุมพรพิสัย ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อญาติได้




ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุและติดตามหาญาติเพื่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ข่าวด่วน!! ข่าวเศร้ายืนยันการเสียชีวิตของ… ดูเพิ่มเติม!!



ผั-วเศร้า หลังทะเลาะกัน เมีeตามง้อ เดินออกตามหาผั-ว ข้ามถนนฟอร์จูนเนอร์ชuร่าvกระเด็นดัuอนๅถ

วันนี้ 26 พ.ค. 69 เวลา 22.30 น. ร.ต.อ. สันติ ปักการะโถ รอง สว (สอบสวน) สภ. ปากน้ำประแส จ.ระยอง ได้รับแจ้งจากอาสาสมัครกู้ภัยพุทธศาสตร์สงเคราะห์ ว่ามีอุบัติเหตุรถเก๋งชuคนเดินข้ามถนน บนถนนสุขุมวิท ระยอง-จันทบุรี มุ่งหน้า จ.จันทบุรี ม.10 ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง

หลังรับแจ้งลงพื้นที่ตรวจสอบ พบร่าvผู้เสีeชีวิตชื่อ นางละเอียด อายุ 68 ปี อยู่บริเวณร่องกลางถนน แขน ขา ขาoกระเด็uออกจากร่าvไปคนละทิศละทาง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร พบรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 7กส 400 กทม คู่กรณีรถได้รับความเสีeหายบริเวณแก้มล้อด้านขวา คนขับไม่ได้หลuหนีไปไหน ยืนรอให้การณ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่จุดเกิดเหตุ

สาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุครั้ง เนื่องจาก นางละเอียดฯ ได้มีปากเสียงกับ นายสมัย (สามี) ทำให้นายสมัยฯ เดินออกจากห้องพัก ไปนอนในที่ทำงาน ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของห้องพัก ต่อมา นางละเอียดฯ ได้พยายามเดินตามหา นายสมัยฯ และได้ข้ามถนนไปที่ร้านชำ แต่กลับไม่เจอ นายสมัยฯ จึงได้ซื้อเบียร์ที่ร้านชำมา 1 กระป๋อง และได้เดินข้ามถนน เพื่อจะกลับห้องพัก ขณะที่กำลังข้ามถนนบริเวณจุดเกิดเหตุ ไฟส่องสว่างริมทางปิดหมด ทำให้ถนนบริเวณนั้นมืด ทำให้รถฟอร์จูนเนอร์ ที่วิ่งมาตามปกติบนถนนเส้นหลัก ระยอง-จันทบุรี มองไม่เห็น นางละเอียดฯ จึงทำให้รถชu นางละเอียดฯ อย่างจัง ทำให้เสีeชีวิตที่จุดเกิดเหตุ

ต่อมา นายสมัยฯ ทราบเรื่องจึงรีบมาที่จุดเกิดเหตุ ที่รถคู่กรณีจอดอยู่ตรงที่ทำงานพอดี จึงได้ร้องไห้ ด้วยความเสียใจ อย่างน่าเวทนา ว่ารถคันนี้ชuเมียอันเป็นที่รักของตน

ทางคนขับรถเก๋งฟอร์จูนเนอร์ เล่าให้ทีมข่าวเราฟังว่า ตนได้เดินทางไปเที่ยว ประเทศ สปป.ลาว กับครอบครัวรวมกัน 4 คน และกำเดินทางกลับ บ้านวังไม้แดง ต.หนองเจ็กสร้อย อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี พอมาถึงจุดเกิดเหตุ ตนมองไม่เห็นว่ามีคนเดินข้ามถนน เพราะบริเวณนั้นไฟส่องสว่างไม่ติด และมืดมากมาเห็นอีกทีก็ชuกับผู้เสีeชีวิตแล้ว

ทางด้าน ร.ต.อ. สันติ ปักการะโถ รอง สว (สอบสวน) สภ. ปากน้ำประแส จ.ระยอง ได้ให้กู้ภัยฯนำร่าvผู้เสียชีวิต ส่ง รพ แกลง เพื่อให้แพทย์ชันสูตรศwอีกครัเง และจะให้ญาติ ติดต่อขอรับศw ไปบำเพ็ญกุศลศwทางศาสนาต่อไป

เจอแล้ว 5 ชีวิต ติดถ้ำ เหมืองสปป.ลาว เร่งค้นหาต่ออีก 2 ราย



ความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายชาวลาว 7 คน ติดอยู่ภายในถ้ำแห่งหนึ่งในแขวงไซสมบูน ตอนกลางของ สปป.ลาว ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากทั้ง สปป.ลาว และประเทศไทย ยังคงเดินหน้าภารกิจแข่งกับเวลา ท่ามกลางอุปสรรคสำคัญจากระดับน้ำภายในถ้ำที่เชี่ยวกราก และเส้นทางที่เข้าถึงได้ยากทีมกู้ภัยต้องใช้ทั้งทักษะการดำน้ำถ้ำและอุปกรณ์เฉพาะทาง ฝ่ากระแสน้ำและสภาพแวดล้อมอันตราย เพื่อเข้าไปยังจุดที่คาดว่าผู้สูญหายทั้ง 7 คนติดอยู่ โดยทุกฝ่ายระดมกำลังอย่างเต็มที่ หวังช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกมาได้อย่างปลอดภัย



ก่อนหน้านี้ เพจ “ดำน้ำกู้ภัย ประเทศไทย Thailand Rescue Diver.” เปิดเผยว่า สองผู้เชี่ยวชาญด้านดำน้ำถ้ำของไทย ได้แก่ นาย นรเศรษฐ์ ปาละสิงห์ และ Mr. Mikko Paasi ได้เดินทางไปสมทบทีมกู้ภัยที่ สปป.ลาว เพื่อร่วมภารกิจช่วยเหลือคนงานที่ติดอยู่ภายในถ้ำอุโมงค์เหมืองทอง แขวงไซสมบูน โดยทั้งคู่เคยร่วมภารกิจประวัติศาสตร์ช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่า ที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนมาแล้ว




ล่าสุด วันที่ 27 พ.ค.69 เพจ “ดำน้ำกู้ภัย ประเทศไทย Thailand Rescue Diver.” อัปเดตความคืบหน้าเมื่อเวลา 16.30 น. ระบุว่า “ได้รับการยืนยัน พบแล้ว 5 คน สบายดี ยังค้นหาต่ออีก 2 ราย” สร้างความโล่งใจให้กับประชาชนที่ติดตามข่าวสารและร่วมส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกนายที่ปฏิบัติงานอย่างหนักตลอดหลายวันที่ผ่านมา


ขณะนี้ทีมกู้ภัยยังคงเร่งค้นหาอีก 2 ชีวิตที่เหลืออย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความหวังว่าทั้งหมดจะได้รับการช่วยเหลือออกมาอย่างปลอดภัย


ข่าวด่วน!! ข่าวเศร้ายืนยันการเสียชีวิตของ… ดูเพิ่มเติม!!



นนทบุรี สลดยกครัว! 3 ชีวิต รวม ด.ญ. วัย 8 ขวบ รmควัuเสียชีวิmบนที่นอนในบ้านพัก ย่านบางบัวทอง

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 พ.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางบัวทอง ได้รับแจ้งเหตุรมควันยกครัวในบ้านพัก 3 ราย เหตุเกิดบริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยเต็มรักพัฒนา 9 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จึงพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และทีมแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์รีบรุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุภายในหมู่บ้านทาวน์โฮม 2 ชั้นแห่งหนึ่ง บริเวณบ้านหลังแรกปากซอย 4 พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน สีแดง หมายเลขทะเบียน 1 ขด 1114 กทม. จอดอยู่ และประตูรั้วบ้าน-ประตูหน้าบ้านไม่ได้ล็อคกุญแจไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านหลังดังกล่าว พร้อมญาติและเพื่อนร่วมงานที่แจ้งเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเวลาประมาณ 09.30 น. ว่าสามี-ภรรยา ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านไม่ไปทำงานมา 2 วันแล้ว ทางเพื่อนร่วมงานจึงได้โทรแจ้งญาติให้เข้ามาตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงพบว่าบริเวณประตูหน้าบ้านไม่ได้ล็อคกุญแจ จึงเปิดเข้าไปก่อนเดินสำรวจ และพบว่าประตูห้องนอนที่ชั้น 2 ถูกล็อค จึงใช้อุปกรณ์งัดแงะ เมื่อเปิดเข้าไปพบศพทั้ง 3 ราย นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนที่นอน ศพแรกคือสามี นายนฤเบศร์ พิมพ์วัฒนา อายุ 31 ปี นายช่างกรมโยธาฯ ย่านพระราม 6 กทม. ศพที่ 2 คือภรรยา น.ส.พรวิภา ปะนิทานัง อายุ 32 ปี เจ้าหน้าที่นิติกร สำนักงานเทศบาลเมืองบางพลับ และศพที่ 3 คือลูกสาว ด.ญ.พลอยณรินทร์ พิมพ์วัฒนา อายุ 8 ขวบ บริเวณปลายเตียงพบเตาอั้งโล่วางอยู่ และบริเวณประตูห้องมีการใช้ผ้าอุดตามรอยเพื่อไม่ให้อากาศเข้า

น.ส.เฟิร์น อายุ 33 ปี เพื่อนร่วมงานของภรรยา กล่าวว่า ตนติดต่อเพื่อนไม่ได้เนื่องจากเขาไม่ไปทำงานมา 2 วันแล้ว จึงได้มาตามดูที่บ้าน ซึ่งประตูบ้านไม่ได้ล็อค แต่เมื่อเดินเข้าไปบริเวณชั้น 2 พบประตูห้องนอนล็อคอยู่ ตนจึงเดินลงมารอด้านล่าง และได้แจ้งรปภ.ของหมู่บ้าน ก่อนโทรแจ้งตำรวจให้มาที่เกิดเหตุ

ด้านนายศราวุฒิ อายุ 34 ปี เพื่อนบ้านในซอย กล่าวว่า เมื่อวันอาทิตย์ ประมาณ 5 ทุ่ม ตนได้ยินเสียงผู้ตายทะเลาะกันเสียงดังในบ้าน มีเสียงร้องไห้ ซึ่งมีลูกสาว 1 คน อยู่ด้วย แต่ตนสังเกตุว่าไม่เห็นคนตายมา 2 วัน และมองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการฆาตกรรม ก่อนหน้านี้ผู้หญิงเคยส่งแชทมาให้แฟนของตน และตัดพ้อว่าอยากหย่ากับสามี ไม่แน่ใจว่าสาเหตุมาจากการหึงหวงหรือเปล่า ซึ่งผู้หญิงทำงานอยู่เทศบาลเมืองบางพลับ ตนรู้จักและเห็นครอบครัวนี้อยู่มาประมาณ 2 ปี ลูกสาวมาปั่นจักรยานเล่นหน้าบ้านทุกวัน เมื่อคืนตนได้เอาไฟฉายมาส่องผ่านกระจกด้านในบ้าน แต่ไม่พบอะไรเคลื่อนไหวจึงไปส่องดูที่ชั้น 2 พอมาวันนี้เพื่อนร่วมงานของผู้ตายมาหาที่บ้าน เล่าว่าผู้ตายไม่ได้ไปทำงาน 2 วันแล้ว ซึ่งตนรู้สึกเอะใจตั้งแต่เมื่อวาน หลังจากนั้นญาติๆและเพื่อนร่วมงานได้ไปแจ้งรปภ.ของหมู่บ้าน ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องนอน เจอเสียชีวิตทั้ง 3 ราย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ข่าวด่วน!! สาวสองถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนัก ภายในห้องพัก โดยมีกลุ่มชาวจีน… ดูเพิ่มเติม!!



โซเชียลวิจารณ์หนัก หลังสาวสองถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในห้องพัก โดยมีการอ้างว่ากลุ่มชาวจีนเป็นผู้ก่อเหตุ


ผู้เสียหายมีบาดแผลหลายแห่ง


* ใบหน้าเย็บ 19 เข็ม

* มือเย็บ 8 เข็ม

* เท้าเย็บ 4 เข็ม


เบื้องต้นมีข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุไม่ยอมให้ผู้เสียหายออกจากห้อง แต่น้องพยายามเปิดประตูเรียกเพื่อนเข้ามาช่วย จนสามารถรอดออกมาได้ หากไม่มีเพื่อนเข้าช่วยทัน อาจเกิดเหตุร้ายแรงกว่านี้


ภายในห้องยังพบร่องรอยการตบตีและข้าวของเสียหายจำนวนมาก


ชาวเน็ตจำนวนมากต่างตั้งคำถามถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้น พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด


ทั้งนี้ หากรับกันไม่ได้ ก็ควรแยกย้าย ไม่ใช่ใช้ความรุนแรงกับอีกฝ่าย

ข่าวด่วน!! ฝนถล่มชุมพร กระบะขนญาติเสียหลักชนสนั่น ดับ 6 ศพ… ดูเพิ่มเติม!!



เกิดอุบัติเหตุรุนแรงท่ามกลางฝนตกหนัก บนถนนสายเขาปีบ–เขาทะลุ หมู่ 13 ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 6 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นเด็กหญิงวัย 2 ขวบ




เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ร.ต.ท.สานนท์ สิทธิดำรงค์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาสัก รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนกันอย่างรุนแรง มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บหลายราย จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน




ที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุ ตอนเดียว สีบรอนซ์เทา ทะเบียนกรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังเสียหายหนัก ภายในรถพบผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย คือ นายยศวัฒน์ รอดบุญมา อายุ 22 ปี คนขับ และ น.ส.พิมพ์กนก เรืองคง อายุ 24 ปี ภรรยา เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำตัวออกจากซากรถ ก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาล




ใกล้กันพบรถกระบะมิตซูบิชิสีเขียว ตกอยู่ในคูข้างทาง สภาพพังเสียหายอย่างหนัก ภายในรถพบผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นายบรรจง ยืนนาน อายุ 65 ปี และ นางจิระวรรณ ยืนนาน อายุ 60 ปี สองสามีภรรยาชาว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร




นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียชีวิตอีก 4 ราย ซึ่งเป็นผู้โดยสารที่โดยสารอยู่ท้ายรถกระบะคันต้นเหตุ ประกอบด้วย น.ส.สุมินตรา เรืองคง อายุ 23 ปี, ด.ญ.นลินนิภา รอดบุญมา อายุ 2 ปี, น.ส.ปภาวรินทร์ นุ้งตั้ง อายุ 18 ปี และ นายณัฐชัย รอดบุญมา อายุ 22 ปี โดยแรงกระแทกทำให้ร่างกระเด็นออกจากตัวรถเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

จากการสอบถามพยาน ระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีฝนตกหนัก ถนนลื่น และบริเวณดังกล่าวเป็นทางโค้ง รถกระบะคันต้นเหตุซึ่งขับมาด้วยความเร็ว ได้เสียหลักหมุนข้ามเลน ก่อนพุ่งชนรถอีกคันอย่างรุนแรง




ญาติผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งหมดเพิ่งเดินทางกลับจากช่วยญาติตัดทุเรียนในพื้นที่เขาทะลุ โดยผู้ที่นั่งท้ายกระบะเป็นญาติและคนงานที่โดยสารกลับมาด้วยกัน คาดว่าคนขับอาจเร่งเดินทางเพื่อหลบฝน แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุรถเกิดเสียหลักจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และจะสอบปากคำคนขับเพิ่มเติมหลังอาการดีขึ้น เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข่าวด่วน!!​ กระบะชนสนั่นถนนสาย 21… ดูเพิ่มเติม!!



อุบัติเหตุสลด รถกระบะเฉี่ยวชนกันกลางดึก เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 3 ราย บนถนนสาย 21 เพชรบูรณ์

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 23.00 น. หน่วยกู้ภัยสว่างบึงสามพันธรรมสถาน ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเฉี่ยวชนกับรถยนต์กระบะ บริเวณถนนหมายเลข 21 หน้าปั๊มน้ำมันพีทีโคกตายอ ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร พื้นที่อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์

หลังรับแจ้ง อาสาสมัครกู้ภัยพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตรวมทั้งหมด 5 ราย แบ่งเป็น ผู้บาดเจ็บสีเขียว จำนวน 3 ราย ผู้บาดเจ็บสีแดง จำนวน 1 ราย และผู้เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ จำนวน 1 ราย

ในส่วนของผู้บาดเจ็บสีเขียว เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบึงสามพันได้ดำเนินการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาลบึงสามพัน ขณะที่ผู้บาดเจ็บสีแดงหมดสติอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครได้ช่วยกันใช้อุปกรณ์เคลื่อนย้ายออกจากตัวรถ และได้รับคำสั่งจากทีมกู้ชีพระดับสูงของโรงพยาบาลบึงสามพันให้ดำเนินการปั๊มหัวใจ (CPR) อย่างเร่งด่วน ก่อนนำส่งโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้รับแจ้งว่า ผู้บาดเจ็บอาการสาหัสรายดังกล่าวได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลบึงสามพัน ส่งผลให้เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตรวม 2 ราย

เบื้องต้น ร้อยเวรสอบสวนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลบึงสามพัน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป