พระราชินีไม่อนุญาตให้รัชกาลที่ 10 เข้าร่วมพิธีนี้เนื่องจากปัญหาใหญ่ระหว่างพวกเขา



สรุปประเด็นร้อน: เหตุใดกษัตริย์ไทยจึงไม่เสด็จร่วมพระราชพิธีพระบรมศพควีนเอลิซาเบธที่ 2 แม้พระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน จะเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่ประเด็นการไม่เสด็จไปทรงร่วมพิธีของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และเป็นเรื่องร้อนในสังคมไทย ซึ่งมีหลายมุมมองที่พยายามอธิบายสาเหตุในครั้งนี้ดังนี้: 1. มุมมองด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการวางตัวทางการเมือง ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ นักวิชาการ ระบุว่านี่คือ “พระอัจฉริยภาพทางการทูต” โดยทรงวางพระองค์อย่างเหมาะสมในสถานการณ์ที่โลกมีความขัดแย้ง เนื่องจากทั้งสหราชอาณาจักรและรัสเซียต่างเป็นมหามิตรที่มีความสัมพันธ์อันดีกับไทยมาอย่างยาวนาน การไม่เสด็จในช่วงที่มีความขัดแย้งทางการเมืองโลกจึงเป็นการประสานประโยชน์ที่ลงตัว 2. มุมมองด้านการบริหารจัดการและมาตรการรักษาความปลอดภัยของอังกฤษ พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศรภ. ให้ข้อมูลว่า รัฐบาลอังกฤษได้รับความกดดันอย่างหนักในการจัดงานครั้งนี้ เนื่องจากมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีข้อจำกัดที่อาจทำให้ประมุขหลายประเทศไม่สะดวก เช่น:

การห้ามใช้เครื่องบินส่วนตัว: ขอความร่วมมือให้เดินทางด้วยสายการบินพาณิชย์เพื่อลดความคับคั่งของการจราจรทางอากาศ (ยกเว้นบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น)
การใช้รถบัสรวม (Shuttle Bus): ไม่อนุญาตให้ใช้รถยนต์ส่วนตัวเข้าพื้นที่พิธี แต่ให้ประมุขนั่งรถบัสรวมที่จัดไว้ให้เพื่อความสะดวกในการอารักขา ด้วยเหตุนี้ หลายประเทศที่ไม่ได้อยู่ในยุโรปจึงเลือกส่งตัวแทนเข้าร่วมแทน เพื่อลดภาระการดูแลของเจ้าภาพ ซึ่งทางราชวงศ์ไทยได้ส่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน เป็นตัวแทนพระองค์




3. มุมมองเชิงวิพากษ์และภาพลักษณ์ในสายตาชาวโลก ในอีกด้านหนึ่ง เพจ Royal World Thailand ได้นำเสนอมุมมองเชิงวิพากษ์ว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ไม่ได้เห็นบทบาทของกษัตริย์ไทยในเวทีโลก รวมถึงการที่สำนักพระราชวังไม่มีการแจกแจงเหตุผลอย่างเป็นทางการ อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเข้าใจของประชาชนในยุคปัจจุบันที่ต้องการความโปร่งใสและชัดเจน ความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์ไทยและอังกฤษนั้นมีความแน่นแฟ้นยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสยุโรปในปี พ.ศ. 2440 และมีการเสด็จไปมาหาสู่กันของสมาชิกราชวงศ์ทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด บทสรุป แม้จะมีความเห็นที่แตกต่างกันในสังคม แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ระบุว่าการตัดสินใจส่งตัวแทนไปเข้าร่วมนั้นเป็นเรื่องปกติในทางการทูตเมื่อพิจารณาจากข้อจำกัดด้านความปลอดภัยและสถานการณ์โลก เพื่อให้การดำเนินงานของประเทศเจ้าภาพเป็นไปได้อย่างราบรื่นที่สุดในห้วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้


EmoticonEmoticon