โซเชียลระ!!แห่แชร์คลิป นักเรียนหญิง ม.3 ตบตีกันกลางห้าง… ดูเพิ่มเติม!!



โซเชียลระอุ❗แห่แชร์คลิป นักเรียนหญิง ม.3 ตบตีกันกลางห้างฯ ดังเมืองโคราช ถูกจับศีรษะกระแทกพื้น-กำแพง ท่ามกลางเชียร์ยุยงให้ทำร้ายร่างกายกันของเพื่อนๆพร้อมถ่ายคลิป โดยไม่มีใครห้ามปราม เผยได้บาดเจ็บหนัก ถูกหามส่ง รพ. แม่โร่แจ้งความดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 30 พ.ค.69 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิป เหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียนหญิง ภายในห้างสรรพสินค้าใหญ่ชื่อดังกลางเมือง จ.นครราชสีมา โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นบริเวณร้านนวดหยอดเหรียญภายในห้างฯ และมีเพื่อนนักเรียนหลายคนยืนล้อมดูเหตุการณ์ พร้อมส่งเสียงเชียร์และยุยงให้เกิดการทำร้ายร่างกายกัน โดยไม่มีผู้ใดเข้าห้ามปราม

จากคลิปวิดีโอที่เพื่อนนักเรียนบันทึกไว้ พบว่า “น้องอ้อ” (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนดัง สวมชุดนักเรียนสีขาว มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับ “น้องน้ำ” (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ใส่ชุดพละสีแดง นักเรียนชั้น ม.3 เช่นกัน แต่เรียนคนละห้อง โดยระหว่างการชกต่อย จิกผม ตบตี พบว่า มีการจับศีรษะกระแทกกำแพงและพื้นหลายครั้ง หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างฯ ได้เข้ามาระงับเหตุ ทำให้กลุ่มนักเรียนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว ต่างวิ่งหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ ขณะที่น้องอ้อ อยู่ในอาการมึนงงและไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ด้วยตนเอง ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อรับการรักษา

ต่อมา น.ส.เพชรลดา อายุ 44 ปี ชาวตำบลหนองบัวน้อย อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา มารดาของ ด.ญ.อ้อ อายุ 14 ปี ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อแจ้งความดำเนินคดี โดยให้การว่า เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 16.10 น. บุตรสาวได้แจ้งว่า จะเดินทางไปเที่ยวที่ห้างฯดังกล่าว (ห้างเดอะมอลล์นครราชสีมา) หลังเลิกเรียน

กระทั่งเวลาประมาณ 19.02 น. ตนได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ว่า บุตรสาวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทภายในห้างสรรพสินค้า เมื่อเดินทางไปตรวจสอบ พบว่า บุตรสาวได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึง ตรวจสอบคลิปวิดีโอจากที่เกิดเหตุ และสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์เป็นวงกว้าง โดยหลายฝ่ายเรียกร้องให้ผู้ปกครองและสถานศึกษาร่วมกันหาแนวทางป้องกันปัญหาความรุนแรงในกลุ่มเยาวชน พร้อมปลูกฝังการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวซ้ำอีกในอนาคต


EmoticonEmoticon