ในที่สุด “คดีเด็กหายปริศนา” ที่คนญี่ปุ่นทั้งประเทศให้ความสนใจก็ค่อย ๆ คลี่คลายแล้วค่ะ และนี่คือความคืบหน้าของคดีนี้
ครอบครัวใหญ่ของยูกิ
ก่อนถึงวันฮันนีมูนของแม่
พิรุธ
แกะรอย GPS
เขาเป็นใครมาจากไหน?
คำสารภาพของพ่อเลี้ยง
ครอบครัวใหญ่ของยูกิ:
1- “ยูกิ อาดาจิ” (Yuki Adachi) เด็กชายวัย 11 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.5 อาศัยอยู่ในย่านชนบทของเกียวโตกับครอบครัวใหญ่ที่อยู่ร่วมกัน 4 เจนเนอเรชั่น ตั้งแต่รุ่นคุณทวด, คุณยาย, ลุงกับภรรยา, แม่ของยูกิ จนมาถึงรุ่นเหลนอย่างยูกิ
2- ตระกูลอาดาจิเป็นเจ้าของที่ดินผืนใหญ่ที่สุดในย่านนี้ พวกเขาปลูกบ้านหลายหลังไว้ในรั้วเดียวกัน โดยยูกิมักใช้เวลาอยู่ที่บ้านยายมากกว่า เวลาใครถามว่าอยู่กับใคร น้องจะตอบว่า “อยู่กับยาย”
3- แม่ของยูกิอายุ 32 ปี ในวัยสาวแม่ไปทำงานเป็นช่างเสริมสวยที่โตเกียว ได้พบรักและแต่งงานกับพ่อจนมีลูกคือยูกิ ต่อมาทั้งคู่แยกทางกัน แม่จึงพายูกิกลับบ้านเกิดมาอยู่กับยาย และยูกิก็กลายเป็นที่รักของทุกคนในครอบครัว
4- ต่อมาแม่ได้งานทำที่บริษัทผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าในเกียวโต ที่นั่นแม่ได้พบรักครั้งใหม่กับเพื่อนร่วมงานวัย 37 ปี เขาชื่อ “ยูกิ ยามาโมโตะ” (Yuki Yamamoto)**
**ชื่อแฟนใหม่ของแม่กับชื่อน้องยูกิออกเสียงคล้ายกัน แต่เขียนไม่เหมือนกันในภาษาญี่ปุ่น แต่พอถอดเป็นภาษาอังกฤษจะเขียนว่า Yuki เหมือนกัน5- ธันวาคมปีที่แล้ว (2025) แม่กับแฟนใหม่แต่งงานกัน เขาเปลี่ยนมาใช้นามสกุล “อาดาจิ” ตามแม่ แล้วจดทะเบียนรับยูกิเป็นบุตรบุญธรรม ก่อนย้ายเข้ามาอยู่ในครอบครัวอาดาจิ
ก่อนถึงวันฮันนีมูนของแม่:
6- แม่กับพ่อเลี้ยงวางแผนจะไปฮันนีมูนที่ไต้หวันในวันที่ 24 มีนาคม 2026 โดยจะพายูกิไปด้วย แต่...ก่อนเดินทางเพียง 1 วัน ยูกิก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย!
7- พ่อเลี้ยงเล่าว่าเช้าวันนั้น (23 มีนาคม) เขาขับรถไปส่งยูกิที่โรงเรียนซึ่งอยู่ไกลจากบ้าน 9 กม. โดยเขาจอดรถห่างจากประตูโรงเรียนราว 200 เมตร แล้วให้ยูกิเดินเข้าไปเอง
8- แต่…ยูกิไม่ได้เข้าโรงเรียน ตามปกติครูจะเช็คชื่อเด็กในเวลา 8.30 น. หากพบว่าเด็กคนไหนไม่อยู่ก็จะโทรแจ้งผู้ปกครองทันที แต่วันนั้นโรงเรียนมีพิธีสำเร็จการศึกษา กว่าครูจะได้โทรบอกแม่ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงแล้ว
9- โรงเรียนตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งหมดก็ไม่เห็นยูกิเลย พ่อเลี้ยงจึงโทรแจ้งตำรวจว่า “ผมส่งลูกที่หน้าโรงเรียน แต่ลูกไม่ได้เข้าเรียนและหายตัวไปครับ”
10- ทั้งครอบครัว ชาวบ้าน ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมกำลังค้นหายูกิตั้งแต่บ้านถึงโรงเรียนแต่ไม่พบ วันต่อมาจึงเพิ่มกำลังคนกว่า 1,000 นาย ปูพรมค้นหาในป่าและบนภูเขาด้วย แต่ก็ไร้วี่แวว
พิรุธ:
11- เรื่องนี้กลายเป็นข่าวดังในญี่ปุ่น ประชาชนแตกตื่นเพราะดูเหมือนเด็กจะถูกลักพาตัวหายไปอย่างไร้ร่องรอย จนทางการต้องตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารเพื่อรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนได้ทราบเป็นระยะ
12- แม่กับพ่อเลี้ยงถูกชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าดูไม่กระวนกระวายใจเท่าที่ควร ไม่เหมือนสภาพของคนที่ลูกหายไปทั้งคน คุณยายเสียอีกที่ดูโศกเศร้ามากกว่า
13- แถมพ่อเลี้ยงยังเอาป้ายไปปักไว้หน้าบ้านว่า “ห้ามสัมภาษณ์ ห้ามถ่ายรูป ห้ามเข้าเขตที่พักอาศัย” ผิดวิสัยพ่อแม่ที่ลูกหายย่อมอยากได้พื้นที่สื่อเพื่อให้คนช่วยตามหา
14- วันที่ 29 มีนาคม ลุงของยูกิ (พี่ชายแม่) พบกระเป๋านักเรียนของยูกิตกอยู่ในป่า ห่างจากโรงเรียน 2-3 กม. ไม่น่าเป็นไปได้ที่เด็ก 11 ขวบจะขึ้นมาเดินเล่นในป่าบนภูเขาตามลำพัง
15- ที่แปลกอีกอย่างก็คือ เจ้าหน้าที่เคยค้นหาจุดนี้หลายรอบแล้วแต่ไม่พบอะไร อีกทั้งกระเป๋าไม่มีรอยเปียกหรือสกปรกเลย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ฝนตก จึงสันนิษฐานว่าน่าจะมี “ใครบางคน” เพิ่งเอากระเป๋ามาทิ้งที่นี่เพื่อสร้างสถานการณ์ให้ตำรวจสับสน
แกะรอย GPS :
16- ที่จริงตำรวจสงสัยพ่อเลี้ยงตั้งแต่แรก ยิ่งพบกระเป๋าก็ยิ่งสงสัย จึงแอบใช้ข้อมูล GPS และแอปฯ ในมือถือพ่อเลี้ยงมาวิเคราะห์เส้นทางการเคลื่อนที่ของเขา แล้วนำกำลังมุ่งค้นหาตามพิกัดที่พ่อเลี้ยงเคยไป และก็ได้ผลจริง ๆ
17- วันที่ 12 เมษายน ตำรวจนำเจ้าหน้าที่ 50 นาย ขึ้นไปค้นหาบนภูเขาตามพิกัด GPS ที่พ่อเลี้ยงเคยไป โดยจุดนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านกับโรงเรียน และพบรองเท้าผ้าใบของยูกิตกอยู่ที่นั่น
18- และแล้วในที่สุด…เมื่อวันที่ 13 เมษายน เจ้าหน้าที่ก็พบร่างไร้วิญญาณของยูกิ น้องสวมเสื้อผ้าในวันที่หายตัวไปและนอนอยู่ริมถนนใกล้กับป่า ซึ่งเป็นเส้นทางสายเล็ก ๆ ที่มีแต่คนท้องถิ่นเท่านั้นรู้จัก
19- แม้สภาพศพจะเน่าเปื่อยจนจำเค้าหน้าไม่ได้ แต่ผลตรวจทางนิติวิทยายืนยันว่าคือยูกิจริง ๆ แต่ไม่พบร่องรอยบาดแผลภายนอก จึงยังระบุสาเหตุการตายไม่ได้
เขาเป็นใครมาจากไหน?:
20- สื่อแทบลอยด์และชาวเน็ตต่างก็สงสัยพ่อเลี้ยงเหมือนกัน จึงเริ่มขุดประวัติ พบว่าเขาเป็นชาวเกียวโต เติบโตมากับตายายและผูกพันกับท่านมาก ตายายเลี้ยงเขามาอย่างเรียบง่าย ไม่มีอะไรผิดปกติ
21- เพื่อนสมัยเรียนเล่าว่าเขาเป็นคนเงียบ ๆ แต่เป็นนักเรียนที่โดดเด่น มีความเป็นผู้นำ เก่งทั้งฟุตบอลและวิชาการ ทั้งเพื่อนและครูต่างก็ไว้วางใจเขามาก ทำให้เขาได้รับเลือกเป็นหัวหน้าห้องและประธานนักเรียน
22- อย่างไรก็ตาม ปกติเขาเป็นคนอ่อนโยน แต่เวลาโกรธจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เช่น ครั้งหนึ่งเขายกโต๊ะนักเรียนทุ่มใส่กำแพงเพราะโกรธที่เพื่อนพูดถึงยายไม่ดี แต่หลังระเบิดอารมณ์แล้วเขาจะกลับมาสงบได้อย่างรวดเร็ว
23- พอจบ ม.ปลาย เขาไปทำงานที่บริษัทผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า เขาเป็นคนขยันขันแข็ง จริงจัง และประสานงานเก่ง ผู้บริหารชื่นชมมาก จึงได้รับการเลื่อนขั้นมาเรื่อย ๆ จนได้เป็นหัวหน้าแผนก
24- เขาแต่งงานกับผู้หญิงที่แก่กว่า 16 ปี และมีลูกด้วยกัน 1 คน อายุราว 10 ขวบ แต่เมื่อ 6 ปีที่แล้วแม่ของยูกิมาทำงานที่นี่ ทั้งสองตกหลุมรักและลักลอบมีความสัมพันธ์กัน แม้บริษัทจะแยกแม่ของยูกิไปอยู่แผนกอื่นก็ไม่เป็นผล ในที่สุดเขาก็หย่าภรรยาเพื่อมาแต่งกับแม่ของยูกิ
คำสารภาพของพ่อเลี้ยง:
25- ยูกิกับพ่อเลี้ยงเข้ากันได้หรือไม่? นี่คือสิ่งที่ทุกคนสงสัย พบว่าแม่กับพ่อเลี้ยงเคยพายูกิไปอยู่อพาร์ตเมนต์ เพื่อนบ้านบอกว่าได้ยินพ่อเลี้ยงดุด่ายูกิเสียงดังเป็นประจำ ต่อมาเกิดไฟไหม้อพาร์ตเมนต์ ทั้งสามจึงย้ายกลับไปอยู่กับยาย
26- ส่วนครูกับเพื่อน ๆ บอกว่ายูกิเป็นเด็กใจดีและยิ้มแย้มแจ่มใส แต่หลังจากพ่อเลี้ยงมาอยู่ด้วยยูกิก็ดูไม่มีความสุขนัก น้องเคยบอกเพื่อนว่า “อย่าพูดถึงพ่อใหม่ ไม่อยากได้ยิน”
27- หลังพบศพยูกิได้ 3 วัน ในวันที่ 16 เมษายน ตำรวจก็บุกจับพ่อเลี้ยงถึงบ้านในข้อหาทิ้งศพ เขารับสารภาพ และหลังสอบปากคำเขายังยอมรับด้วยว่าเป็นคนฆ่ายูกิ!
28- ตำรวจพบว่าเช้าวันที่ 23 มีนาคม ยูกิขึ้นรถพ่อเลี้ยงจริง แต่ไปไม่ถึงโรงเรียน น้องถูกสังหารในวันนั้น เรื่องนี้ทำให้โรงเรียนถูกวิจารณ์ว่าหากครูโทรแจ้งครอบครัวแต่เช้า อาจช่วยชีวิตยูกิทันก็เป็นได้
29- หลังยูกิเสียชีวิตแล้ว พ่อเลี้ยงได้เคลื่อนย้ายศพของน้องไปซ่อนตามที่ต่าง ๆ หลายครั้ง จนสุดท้ายบ่ายวันที่ 13 เมษายน เขาเอาศพไปทิ้งในป่า และตำรวจก็ตามรอย GPS จนไปเจอศพในวันเดียวกัน
30- อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ได้เปิดเผยแรงจูงใจและรายละเอียดในการฆาตกรรม ไม่แน่ชัดว่าเป็นการวางแผน หรือพลั้งมือฆ่า หรือมีผู้สมคบคิดหรือไม่ แต่เบื้องต้นพ่อเลี้ยงบอกว่าเขาทำคนเดียวทั้งหมดค่ะ
อัปเดต: 17 เมษายน พ่อเลี้ยงสารภาพว่าบีบคอยูกิจนตายในรถ ตอนแรกเขาพาน้องไปที่โรงเรียนก่อน พอใกล้ถึงเกิดเปลี่ยนใจพาไปที่อื่นแทนและบีบคอน้อง เกิดจากความโมโหชั่ววูบ ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าถ้ามีความคืบหน้าจะมาอัปเดตเพิ่มเติมนะคะ





EmoticonEmoticon