กระบะซิ่ง! ยางระเบิดตูมสนั่น รถสะบัดเสียหลักอัดก๊อปปี้ต้นไม้ข้างทาง …ดูเพิ่มเติม!!



กระบะหลังม้วนทับ หลังคารถ สภาพพังยับเยิน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ณ ที่เกิดเหตุ

เชียงใหม่ - วันที่ 2 มิ.ย.69 เวลา 21.45 น. ทีมกู้ภัย มูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถยนต์ชนต้นไม้ มีผู้ติดภายใน บริเวณถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ฝั่งตรงข้ามดูโฮม เขตติดต่อเชียงใหม่-ลำพูน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมอุปกรณ์ตัดถ่างจึงรีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ พบรถยนต์ชนเข้ากับต้นไม้ข้างทางอย่างรุนแรงจนกระบะหลังม้วนทับหลังคารถ ภายในซากรถพบผู้บาดเจ็บชาย 1 ราย ติดอยู่ด้านใน เจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้ร่วมแรงร่วมใจใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อนำร่างผู้บาดเจ็บออกมาโดยเร็วที่สุด

ทางทีมแพทย์โรงพยาบาลสารภีได้เข้าร่วมตรวจสอบและประเมินสัญญาณชีพ ผลปรากฏว่าผู้บาดเจ็บเสีEชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ

อย่าโกงนะ!! เลือกเล็บมา 1 แบบ แล้วจะรู้ว่าคุณเป็นผู้หญิงสไตล์ไหน…ดูเพิ่มเติม



บางครั้ง สิ่งที่เราชอบแบบไม่ต้องคิด อาจสะท้อนตัวตนลึกๆ ได้มากกว่าที่คิด

ไม่ว่าจะเป็นสี เสื้อผ้า กลิ่นน้ำหอม หรือแม้แต่ “ทรงเล็บ”

นักจิตวิทยาบางส่วนเชื่อว่า คนเรามักถูกดึงดูดเข้าหาสิ่งที่ตรงกับบุคลิกภายในโดยไม่รู้ตัว




และเล็บที่คุณเลือกในภาพนี้ อาจกำลังบอกนิสัยบางอย่างที่แม้แต่ตัวคุณเองยังไม่เคยสังเกต

ลองเลือกเล็บ “แบบแรกที่สะดุดตาที่สุด” อย่าคิดนาน แล้วมาอ่านกันว่าตรงไหม




หมายเลข 1 – ผู้หญิงสายแกร่ง เงียบแต่เอาอยู่

คุณเป็นคนที่ภายนอกดูนิ่ง สุขุม และไม่ชอบเปิดใจง่ายๆ

หลายคนคิดว่าคุณหยิ่ง แต่จริงๆ แล้วคุณแค่เลือกคนเข้ามาในชีวิต คุณไม่ชอบพึ่งใคร และมักจัดการทุกอย่างเองจนคนรอบตัวแอบทิ้ง ข้อเสียคือ เวลาทุกข์ คุณมักเก็บไว้คนเดียว ลึกๆ แล้วคุณเป็นคนอ่อนโยนมาก แต่ไม่ชอบให้ใครเห็นมุมนั้น




หมายเลข 2 – ผู้หญิงพลังบวก สดใส แต่แอบเหนื่อยง่าย

คุณเป็นคนที่เวลาอยู่กับคนอื่น มักสร้างเสียงหัวเราะได้เสมอเป็นคนเฟรนด์ลี่ เข้ากับคนง่าย และชอบดูแลความรู้สึกคนรอบตัว แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ คุณเป็นคนคิดมากเงียบๆ บางครั้งคุณยิ้ม ทั้งที่ข้างในเหนื่อยมาก คุณเป็นคนที่ “ให้” คนอื่นเก่ง จนบางครั้งลืมดูแลหัวใจตัวเอง




หมายเลข 3 – ผู้หญิงอ่อนโยน โรแมนติก และรักจริง

คุณเป็นคนละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะเรื่องความรู้สึก รักใครแล้วมักทุ่มสุดใจ และจำรายละเอียดเล็กๆ ของคนที่รักได้เสมอคุณไม่ชอบความสัมพันธ์เล่นๆ และเกลียดการโดนเมินเฉย หลายครั้งคุณดูเข้มแข็ง แต่จริงๆ แล้วแค่ไม่อยากเป็นภาระใคร คนแบบคุณ หากเจอคนรักที่ดี จะรักกันได้นานมาก




หมายเลข 4 - ผู้หญิงเสน่ห์แรง มีความเป็นผู้นำสูง

คุณเป็นคนมั่นใจ กล้าตัดสินใจ และไม่ชอบให้ใครมาควบคุมชีวิตเวลาคุณเดินเข้าห้อง คนมักสังเกตเห็นคุณก่อนเสมอคุณมีเสน่ห์แบบคนดูแพง ดูน่าค้นหา และมักดึงดูดคนเข้าหาโดยไม่ตั้งใจแต่ลึกๆ แล้ว คุณก็เป็นคนที่กลัวการผิดหวังมากเช่นกันจึงไม่เปิดใจให้ใครง่ายๆ




หมายเลข 5 – ผู้หญิงฉลาด อ่านคนเก่ง

คุณเป็นคนช่างสังเกต และจับความรู้สึกคนอื่นได้ไวมากแม้จะพูดไม่เยอะ แต่คุณดูออกว่าใครจริงใจหรือเสแสร้งคุณชอบความชัดเจน ไม่ชอบเกมความรัก และไม่เสียเวลากับคนที่ไม่เห็นคุณค่าหลายคนคิดว่าคุณเย็นชา แต่จริงๆ คุณแค่ระวังหัวใจตัวเองมากกว่าใคร




หมายเลข 6 – ผู้หญิงอบอุ่น รักครอบครัว และใจดีเกินไป

คุณเป็นคนที่ใครอยู่ใกล้แล้วรู้สึกสบายใจ คุณชอบดูแลคนอื่น และมักยอมเหนื่อยเองเพื่อให้คนที่รักมีความสุขแต่บางครั้ง คุณก็ใจอ่อนเกินไป จนถูกเอาเปรียบโดยไม่รู้ตัวลึกๆ แล้วคุณเป็นคนคิดมาก และมักเก็บทุกอย่างไว้ในใจคนเดียวหลายคนอ่านแล้วถึงกับบอกว่า “ตรงเกินจนขนลุก”

บุญหล่นทับ! ชาวบ้านขุดดินอยู่ดีๆ เสียมกระแทกของแข็ง พอก้มดูใกล้ๆ ถึงกับร้องลั่นทั้งหมู่บ้าน (คลิป)…ดูเพิ่มเติม



สำนักข่าวต่างประเทศเผยแพร่เรื่องราวน่าทึ่งอย่างมาก โดยเหตุการร์นี้เกิดขึ้นที่จังหวัดรัตนคีรี ประเทศกัมพูชา เมื่อชาวบ้านได้ทำการขุดดินพื้นที่ติดฝั่งชายแดนเวียตนาม แต่จอบนั้นดันไปกระบางอย่างใต้ดิน ลักษณะแข็งๆ ด้วยความตกใจและเอะใจ เลยรีบขุดเพื่อดูว่ามันคืออะไร ก่อนจะรู้ความจริง หัวใจแทบวายพองโต

เมื่อสิ่งที่ขุดพบนั้นคือ พลอย จำนวมาก หากตีเป็นราคาก็หลายล้านบาทเลยทีเดียว ชาวบ้านที่ขุดพบก็ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีกันต่อไป ทำเอาร้องอ๊าก กรี๊ดกันอย่างมาก คือรวยอ่ายิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่ซะอีก หากเป็นบางประเทศคงได้เป็นกรุสมบัติของชาติ

ชายวัย 50 ปี ดื่มกาแฟดำทุกวัน หวังดูแลสุขภาพ แต่ผลตรวจกลับช็อก!...ดูเพิ่มเติม



นพ.หงหย่งเสียง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ชายคนดังกล่าวเป็นผู้ที่ใส่ใจ สุขภาพอย่างมาก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และดื่มกาแฟดำเป็นประจำทุกวัน อย่างไรก็ตาม เขามองว่ากาแฟจากร้านสะดวกซื้อมีคุณภาพต่ำ ขณะที่ร้าน กาแฟทั่วไปก็มีราคาสูงเกินไป จึงตัดสินใจซื้อเมล็ดกาแฟถุงใหญ่ในช่วงลด ราคามาเก็บไว้ชงเอง แม้จะสังเกตเห็นว่าเมล็ดกาแฟเริ่มเปลี่ยนสีไปบ้าง ก็ยัง เสียดายและไม่ยอมทิ้ง

ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผู้ป่วยเริ่มพบความผิดปกติ เช่น ปัสสาวะมีฟองมากและ คงอยู่เป็นเวลานาน รวมถึงมีอาการบวมบริเวณข้อเท้า แต่เข้าใจว่าเป็นผลจาก การออกกำลังกายอย่างหนัก จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดอาการหน้ามืดล้มลงขณะ วิ่ง และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์ตรวจพบว่าค่าการกรองของไต (eGFR) ลดลงต่ำกว่า 10 เข้าข่ายภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย เนื่องจากผู้ป่วยไม่มีโรคประจำตัวที่พบบ่อยในผู้ป่วยไตวาย เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคเก๊าท์ แพทย์จึงซักประวัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ สัมผัสสารพิษหรือโลหะหนัก ก่อนจะพบว่าสาเหตุสำคัญมาจากการบริโภค เมล็ดกาแฟที่เปลี่ยนสีและถูกเก็บไว้นานภายในบ้าน




นพ.หงหย่งเสียง อธิบายเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า “การใช้น้ำ ร้อนตัมกาแฟสามารถฆ่าเชื้อได้” แต่ในความเป็นจริง สารพิษโอคราท็อกซิน ต้องใช้ความร้อนสูงกว่า 280 องศาเซลเซียสจึงจะถูกทำลาย ขณะที่การชง กาแฟทั่วไปมีอุณหภูมิสูงสุดเพียงประมาณ 100 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่เพียง พอในการกำจัดสารพิษดังกล่าว พร้อมเตือนว่า “นี่ไม่ใช่การประหยัดค่าใช้จ่าย แต่เป็นการนำสุขภาพไตในช่วงบั้นปลายชีวิตไปเสียง”




แพทย์ยังระบุว่า โอคราท็อกซินได้รับการขนานนามในวงการแพทย์ว่าเป็น “ระเบิดเวลาของไต” จากงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Toxins พบว่าสารพิษ ชนิดนี้มีแนวโน้มสะสมในไตเป็นพิเศษ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำลายไตโดยตรง ก่อให้เกิดภาวะเครียดออกซิเดชัน และทำลายเยื่อกรองของหน่วยไต เปรียบ ได้กับเครื่องกรองน้ำที่ถูกปูนอุดตะแกรงกรองจากภายใน

ขณะเดียวกัน เชื้อราที่ผลิตโอคราท็อกซินสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพ อากาศร้อนชื้น อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 25 องศาเซลเซียส และ







ความชื้นมากกว่า 18.5% โดยเฉพาะเมื่อความชื้นสัมพัทธ์เกิน 85% จะยิ่งเพิ่ม




ความเสี่ยงอย่างมาก ข้อมูลจากวารสาร Journal of Toxicology ยังระบุว่า โอคราท็อกซินมีระยะครึ่งชีวิตในร่างกายนานถึง 35-50 วัน ทำให้สารพิษ







สามารถสะสมและตกค้างในไตได้เป็นเวลานาน ไม่สามารถขับออกได้รวดเร็ว เหมือนอาหารเป็นพิษทั่วไป




แพทย์เตือนว่า สารพิษชนิดนี้ทำลายไตผ่านหลายกลไก ได้แก่




กระตุ้นการอักเสบและการเกิดพังผืดในไต ผ่านกระบวนการตายของเซลล์ที่มี การอักเสบสูง




รบกวนการทำงานของเซลล์ไต ส่งผลให้ประสิทธิภาพการกรองของเสียลดลง เมื่อสะสมเป็นเวลานาน จะนำไปสู่ความเสียหายเรื้อรังและโรคไตที่ลุกลาม อย่างต่อเนื่อง







นพ.หงหย่งเสียง ย้ำว่า อาหารหรือวัตถุดิบที่ขึ้นรา ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ “มีกลิ่น ไม่พึงประสงค์” หรือ “ดูไม่น่ารับประทาน” เท่านั้น แต่ยังอาจเป็นภัยเงียบที่ ค่อย ๆ ทำลายไตโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารและเครื่อง ดื่มที่เสื่อมคุณภาพอย่างเด็ดขาด



ข่าวด่วน!!พบแล้ว “น้ององุ่น” วัย 7 ขวบ กลายเป็นศพใต้กอไผ่ …ดูเพิ่มเติม!!



พบแล้ว “น้ององุ่น” วัย 7 ขวบ กลายเป็นศพใต้กอไผ่ หลังหายตัวปริศนา 3 วัน พบรอยบีบคอ ตร.คุมตัวผู้ต้องสงสัยสอบเครียด




ปิดฉากการค้นหา 3 วัน สลดพบร่าง “น้ององุ่น” เด็กหญิงวัย 7 ขวบ เสียชีวิตในสภาพขึ้นอืดใต้กอไผ่กลางสวนยางพารา จ.กาญจนบุรี ร่องรอยตามร่างกายพบถูกบีบคอ ตำรวจคุมตัวชายวัย 40 ปีต้องสงสัยเข้าสอบปากคำ เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ




จากกรณี ด.ญ.กษมา หรือ “น้ององุ่น” อายุ 7 ขวบ ได้หายตัวไปอย่างปริศนาจากบ้านพักในพื้นที่บ้านทิโคร่ง หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.69 ที่ผ่านมา ซึ่งตลอด 3 วัน 2 คืนที่ผ่านมา พ่อแม่ญาติพี่น้องร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์, ใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน, ตำรวจ สภ.สังขละบุรี, ทหาร ฉก.ลาดหญ้า, ตชด.134 และฝ่ายปกครอง ได้ระดมกำลังปูพรมค้นหาอย่างหนัก ทั้งทางบกและทางน้ำ รวมถึงทำพิธีทางศาสนาเพื่อหวังปาฏิหาริย์




ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (1 มิ.ย. 69) เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากคนงานกรีดยางพาราว่า พบร่างน้ององุ่นนอนเสียชีวิตอยู่ใต้กอไผ่กลางสวนยางพารา ฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ห่างจากถนนประมาณ 200 เมตร โดย พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี พร้อมแพทย์เวร รพ.สังขละบุรี ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพอยู่ในสภาพขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง เสื้อผ้าในสภาพฉีกขาด และมีร่องรอยดำคล้ำคล้ายถูกบีบคอที่ลำคอ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะส่งศพไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้ง




ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวชายวัยประมาณ 40 ปี ซึ่งเป็นบุคคลต้องสงสัยว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตมาสอบปากคำอย่างละเอียดที่ สภ.สังขละบุรี โดยเบื้องต้นผู้ต้องสงสัยรายนี้ยังคงให้การภาคเสธ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อคลี่คลายคดีนี้ให้เร็วที่สุด

ข่าวด่วน!! ข่าวเศร้ายืนยันการเสียชีวิตของ… ดูเพิ่มเติม!!



สองแถวชนกับรถจักรยานยนต์ก่อนเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า หน้าตลาดนัดเรือบิน ดับ 1 เจ็บระนาวกว่า 9 ราย เสาไฟฟ้าเสียหาย 1 ต้น




เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพและอาสาสมัครกู้ภัย เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุรุนแรงบริเวณถนนเทพารักษ์ ฝั่งตรงข้ามตลาดนัดเรือบิน ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ หลังได้รับแจ้งเหตุรถโดยสารสองแถวชนกับรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก




ที่เกิดเหตุพบรถสองแถวโดยสารสภาพพังเสียหายอย่างหนัก พุ่งขึ้นฟุตปาธชนเสาไฟฟ้าข้างทาง กระจกหน้ารถแตกยุบ ตัวถังด้านหน้าพังเสียหาย ขณะที่รถจักรยานยนต์คู่กรณีได้รับความเสียหายอย่างหนัก เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและลำเลียงส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง




จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 ราย 1 ใน 9 สาหัส 1 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 รายในที่เกิดเหตุ




อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงสอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สลด!!กระบะถูกชนท้ายกระเด็นข้ามเลนอัดรถบรรทุก เสียชีวิต 3 ราย… ดูเพิ่มเติม!!






01/06/2569 เวลาประมาณ 15.30 น. เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันรุนแรงบนถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ บริเวณตลาดไร่ใหม่ ตำบลไร่ใหม่ อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย




จากการตรวจสอบเบื้องต้น รถกระบะตอนครึ่ง ยี่ห้อ Isuzu สีดำ ได้ถูกรถกระบะตู้ทึบสีขาวชนท้ายอย่างจัง จนรถกระบะสีดำกระเด็นข้ามเกาะกลางถนน ไปพุ่งชนอัดติดกับรถบรรทุก 6 ล้อ ที่กำลังขับขี่อยู่บนฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร สภาพรถได้รับความเสียหายอย่างหนัก

โดยเหตุการณ์ครั้งนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวน 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 5 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งให้ความช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนแล้ว

ทั้งนี้ สำหรับสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป




ขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณดังกล่าวโปรดใช้ความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงเส้นทางหากไม่มีความจำเป็น

ข่าวด่วน!!สองพี่น้องชาวจีน ขับรถหรูแข่งกันบนถนน จนรถเสียหลัก…ดูเพิ่มเติม!!



สองพี่น้องชาวจีน ขับรถหรูแข่งกันบนถนน จนรถเสียหลักพุ่งข้ามเลนชนรถฝั่งตรงข้าม 4คันรวด จนมีผู้เสียชีวิต 5ราย บาดเจ็บสาหัสอีกหลายราย

ถนนมันไม่ใช่สนามแข่งรถ ชีวิตมีเพียงครั้งเดียวและเป็นเรื่องน่าเสียใจที่ต้องทำให้คนอื่นต้องมาจบชีวิต เพราะความสนุกของคน คนเดียว…..รวยอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีสมองด้วย…
อุบัติเหตุร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ 5 คัน บนถนนเรงกัม-สี่แยกซิมปังเรงกัม
กลาง, 1 มิถุนายน 2569 – มีผู้เสียชีวิต 5 รายในอุบัติเหตุที่น่าสยดสยองที่กิโลเมตรที่ 27, Jalan Renggam–Simpang Renggam เมื่อเวลาประมาณ 13.15 น.

รถยนต์ BMW 530e ที่ขับโดยชายชาวจีนท้องถิ่นอายุ 22 ปี ซึ่งเดินทางจากบันดาร์คลูอังไปยังซิมปังเร็งกัมนั้น ขับมาด้วยความเร็วสูงและกำลังแข่งกับรถ Mercedes-Benz A250อีกคัน
คนขับรถ BMW ได้เสียการควบคุมก่อนที่จะวิ่งเข้าไปในเลนตรงข้ามและชนกับรถยนต์อีก 4 คันที่วิ่งสวนทางมา ได้แก่ Perodua Alza, Toyota Vios, Proton Wira และ Mercedes-Benz อีกคัน

“จากผลของการชน รถ BMW ถูกแรงเหวี่ยงและตกลงไปข้างทางอีกฝั่งของถนน”
อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้คนขับรถ Toyota Vios ซึ่งเป็นชายชาวท้องถิ่นอายุ 36 ปี ภรรยาของเขาอายุ 33 ปี หญิงชราอายุ 73 ปี และเด็กหญิงอายุ 10 ปีที่อยู่ในรถคันเดียวกันเสียชีวิต ทั้งหมดเสียชีวิตในที่เกิดเหตุเนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ศีรษะและร่างกาย

คนขับรถ BMW 530e ก็เสียชีวิตระหว่างรับการรักษาและระหว่างทางไปโรงพยาบาลด้วย
ผู้โดยสารสองคนของรถ Perodua Alza คือเด็กชายอายุ 11 ปีและเด็กหญิงอายุ 7 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและกำลังรับการรักษาอยู่ที่แผนกฉุกเฉินโซนแดง โรงพยาบาล Enche' Besar Hajjah Kalsom เมืองคลูอัง
คนขับรถ Perodua Alza อายุ 43 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ขา ขณะที่คนขับรถ Proton Wira อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ปาก หญิงอายุ 57 ปีที่ขับรถ Mercedes-Benz ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่หน้าอกและใบหน้า ส่วนผู้โดยสารอีกสองคนไม่ได้รับบาดเจ็บ

ผู้บาดเจ็บทั้งหมดได้รับการรักษาที่โรงพยาบาล Enche' Besar Hajjah Kalsom เมืองคลูอัง
คดีนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนภายใต้มาตรา 41(1) แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2530 ในข้อหาทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตจากการขับขี่โดยประมาทและอันตราย

ขณะเดียวกัน ตำรวจยังได้จับกุมชายชาวจีนท้องถิ่นอายุ 19 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ A250 และขับแข่งกับรถบีเอ็มดับเบิลยูมา ก่อนเกิดเหตุ รถของผู้ต้องสงสัยถูกยึดเพื่อใช้ในการสอบสวน
ผลการตรวจปัสสาวะพบว่าผู้ต้องสงสัยไม่มีสารเสพติด ตำรวจจะยื่นคำร้องขอควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพื่อช่วยในการสอบสวนภายใต้มาตรา 42(1) แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2530 ในข้อหาขับขี่โดยประมาทและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ถนนคนอื่น

หากถูกตัดสินว่ามีความผิด ผู้ต้องสงสัยอาจถูกจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่น้อยกว่า 5,000 ริงกิต และไม่เกิน 15,000 ริงกิต

สลด! เล่านาที ชายวัย 59 ปี ขี่จยย.ย้อนศร ก่อนพุ่งประสานงารถเมล์ ดับคาที่



วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุรถโดยสารปรับอากาศเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณหน้าแม็คโคร สาขาบางบัวทอง ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู และทีมแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุบนถนน 3 เลน มุ่งหน้า อ.ไทรน้อย พบรถโดยสารปรับอากาศสาย 134 เส้นทางบัวทองเคหะ-หมอชิต 2 สีครีม-น้ำเงิน ทะเบียน 12-2779 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพกันชนหน้าหลุดและกระจกแตก โดยมี นายณัฐพล อายุ 36 ปี พนักงานขับรถ ขสมก. ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนบริเวณด้านหน้าพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Yamaha Nouvo Elegance ทะเบียน วขษ 877 กรุงเทพมหานคร สภาพพังเสียหายอย่างหนัก ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายวรพจน์ อายุ 59 ปี อาชีพไรเดอร์ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบแขนและขาด้านขวาหัก โดยอยู่ระหว่างการชันสูตร

จากการสอบถาม นายณัฐพล ให้การว่า เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 00.50 น. ขณะกำลังขับรถโดยสารเที่ยวสุดท้ายกลับเข้าอู่ที่เคหะบางบัวทอง-ไทรน้อย โดยขับตามหลังรถแท็กซี่ที่กำลังลงสะพานมา ระหว่างนั้นสังเกตเห็นรถจักรยานยนต์ขี่ย้อนศรและหักหลบรถแท็กซี่ ก่อนพุ่งเข้าชนรถโดยสารอย่างกะทันหัน โดยไม่แน่ใจว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ตั้งใจจะย้อนศรขึ้นสะพานหรือไม่ หลังเกิดเหตุได้ลงมาตรวจสอบและพบว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นจากการตรวจสอบภาพจากกล้องหน้ารถโดยสาร พบว่ารถจักรยานยนต์ขี่ย้อนศรเพื่อจะขึ้นสะพานข้ามแยกไทรน้อย ก่อนหักหลบรถแท็กซี่และพุ่งชนรถโดยสารปรับอากาศ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญตัวพนักงานขับรถโดยสารไปตรวจปัสสาวะที่ สภ.บางบัวทอง และจะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป

พบแล้ว น้ององุ่น วัย 7 ขวบ หลังหายตัวปริศนา 3 วัน...ดูเพิ่มเติม



วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากคนงานกรีดยางพาราว่า พบร่างของ น้ององุ่น อายุ 7 ขวบ นอนเสียชีวิตอยู่ใต้กอไผ่ภายในสวนยางพารา ฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ พื้นที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยจุดที่พบศพอยู่ห่างจากถนนเข้าไปประมาณ 200 เมตร

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 น้ององุ่นได้หายตัวออกจากบ้านพักในพื้นที่บ้านทิโคร่ง หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หลังทราบเรื่อง นายชัยและนางฝน ผู้เป็นพ่อและแม่ พร้อมด้วยญาติ เพื่อนบ้าน และเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ได้ร่วมกันออกค้นหาอย่างต่อเนื่อง

การค้นหาได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรี เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า เจ้าหน้าที่ ตชด.134 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ซึ่งได้ระดมกำลังค้นหาแบบปูพรมในพื้นที่โดยรอบ ขณะเดียวกัน นักประดาน้ำจากมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ และใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน ได้ลงค้นหาในบ่อปลาที่อยู่ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการประกอบพิธีทางศาสนาตามความเชื่อของชาวบ้าน เพื่อขอให้พบตัวน้องโดยเร็ว ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่ร่วมภาวนาให้เกิดปาฏิหาริย์
กระทั่งล่าสุด คนงานกรีดยางพาราได้พบศพของน้ององุ่นอยู่ใต้กอไผ่ภายในสวนยางพาราดังกล่าว หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี และแพทย์เวรจากโรงพยาบาลสังขละบุรี ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรี ได้ควบคุมตัวชายต้องสงสัยอายุประมาณ 40 ปี ไปสอบปากคำ เนื่องจากเชื่อว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการเสียชีวิตของน้ององุ่น เบื้องต้นเจ้าตัวยังคงให้การปฏิเสธ ส่วนความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่จะรายงานให้ทราบต่อไป

ข่าวด่วน!! ข่าวเศร้ายืนยันการเสียชีวิตของ… ดูเพิ่มเติม!!



รถบรรทุก 6 ล้อบรรทุกแบ็กโฮเล็กเบรกแตก พุ่งชนประสานงากระบะ เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 4 ราย




วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลา 10.58 น. เจ้าหน้าที่ชุดกู้ชีพกู้ภัยประจำอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ได้รับแจ้งจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ว่าเกิดอุบัติเหตุบนถนนทางหลวงหมายเลข 12 สายหล่มสัก–ชุมแพ ช่วงกิโลเมตรที่ 419-420 ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์




หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 5 ขญ 728 กรุงเทพมหานคร ชนประสานงากับรถบรรทุก 6 ล้อ ซึ่งบรรทุกรถแบ็กโฮขนาดเล็กมาเต็มคัน




เบื้องต้นสันนิษฐานว่า รถบรรทุก 6 ล้อเกิดปัญหาระบบเบรกขัดข้องหรือเบรกแตก ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ ก่อนพุ่งชนประสานงากับรถกระบะอย่างรุนแรง




จากอุบัติเหตุดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเร่งนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลน้ำหนาวเพื่อรับการรักษาต่อ




ทั้งนี้ ไม่มีทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย ส่วนสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่




ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตมา ณ โอกาสนี้